ผมไปอ่าน วันที่ 19 ที่ผ่านมา
http://online.wsj.com/article/SB10001424052970204479504576637970215290718.html
Floods Set Back New Thai Leader
By JAMES HOOKWAY
BANGKOK—Recriminations over the handling of
Thailand's worst floods in half a century are causing fresh setbacks for
Prime Minister Yingluck Shinawatra as the financial cost of the
disaster continues to mount and her government firmed up plans to inject
billions of dollars to shore up the country's faltering economy.
Floods Hit Thailand
Ms. Yingluck's biggest problem, analysts say,
is the haphazard way information about the flood has been released,
summed up by the science minister's hasty call last week for evacuating
part of the capital.
The erratic information flow has unnerved residents and spooked
foreign companies, which shut down operations at factories across
Thailand to buy time to get a grip on the crisis. The central bank now
estimates that the floods, which have taken at least 315 lives and cost
over a quarter of a million jobs, will wipe as much as 1.7 percentage
points off the country's growth rate this year, as the inundation
continues to disrupt supply chains across Asia and beyond.
Ms. Yingluck's government Tuesday approved a plan to widen the
country's budget deficit for the fiscal year beginning Oct. 1 to 400
billion baht, or $12.9 billion, compared with an initial target of 350
billion baht in order revive Thailand's flagging economy and provide aid
to the hundreds of thousands of people affected by the floods.
Bangkok Gov. Sukhumbhand Paribatra, who earlier said the city had
escaped the worst of the deluge, held an emergency press conference
Monday night to say it will be hit by a fresh inundation of water in the
next two days. "Be alert, but please don't panic," he said, before
pleading for donations of sandbags. Tuesday, soldiers and civilian
volunteers rushed to reinforced flood defenses with sandbags around
Bangkok's northern perimeter in a last-ditch effort to divert run-off
from the floods.
In theory, Thailand's antiflood effort
is led out of a single "war room" at Bangkok's old international
airport, where deep political divisions between the populist government
and conservative bureaucrats and army leaders—which in the past five
years have led to a coup and massive political demonstrations, including
one in Bangkok in which 90 people were killed—are carefully papered
over.
In reality, analysts say, the 44-year-old Ms. Yingluck is struggling
to keep a grip on the situation in the first big test of the
two-month-old administration. They say that's largely because of a
widespread perception that the government is controlled by former
Premier Thaksin Shinawatra, her older brother, who lives in Dubai after
being toppled in the coup five years ago.
"Ms. Yingluck, to her credit, has done her job well. She has been
seen everywhere," said Pavin Chachavalpongpun of the Institute of
Southeast Asian Studies in Singapore. "But the government also knew
about the imminent floods two months ago and did little to prevent it.
This is a leadership crisis."
Science Minister Plodprasop Suraswadi broke ranks on Thursday,
rushing out of a top-level crisis meeting to tell people in northern
Bangkok that they should leave their homes immediately to escape the
flood. It was just the sort of stunt many Thais expect from Mr.
Plodprasop, an excitable entrepreneur best known for putting exotic
meats such as zebra and crocodile on the menu at a night safari in the
northern city of Chiang Mai.
และมีผู้แปลเป็นไทย + ใส่ความคิดเห็น มาดังนี้
วอลล์สตรีท เจอร์นัล – หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล ฉบับวานนี้ (19) ตีแผ่เสียงก่นด่าและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลไทยใน การรับมือแก้ไขวิกฤตการณ์น้ำท่วมครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษของ ประเทศ โดยเฉพาะกรณีที่รัฐบาลเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับอุทกภัยชนิดมั่วซั่ว จนสร้างความแตกตื่นแก่ประชาชนและบริษัทต่างชาติ พร้อมกับชี้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้กำลังสั่นคลอนเก้าอี้ของนายกรัฐมนตรี น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในขณะที่มูลค่าความเสียหายจากภัยพิบัติกำลังกองพะเนินสูงขึ้น และเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่รัฐบาลกำลังเตรียมแผนอัดฉีดเงินจำนวนหลายพันล้าน ดอลลาร์เพื่อค้ำจุนเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังเดินสะดุด
สื่อทรงอิทธิพลของสหรัฐฯ รายนี้อ้างคำพูดของนักวิเคราะห์หลายคนซึ่งต่างก็มองในทิศทางเดียวกันว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในเวลานี้ก็คือ การปล่อยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับอุทกภัยแบบมั่วส่งเดชและไร้จุดหมาย โดยเฉพาะจากเหตุการณ์ที่รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายปลอดประสพ สุรัสวดี ออกมาแจ้งให้รีบอพยพผู้คนในพื้นที่บางส่วนของกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งที่ความเป็นจริง สถานการณ์ในเมืองหลวง ณ ตอนนั้นยังไม่ถึงขั้นวิกฤตโดยยังสามารถรับมือน้ำท่วมได้
การแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของข้อมูลข่าวสารซึ่งมีลักษณะเบี่ยงเบนเอาแน่ไม่ ได้นี้ ทำให้ประชาชนตกอยู่ในสภาพเสียขวัญ และก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่บรรดาบริษัทต่างชาติ ซึ่งมีการสั่งปิดสายการผลิตในโรงงานหลายแห่งทั่วประเทศไทยเพื่อรอให้ วิกฤตการณ์คลี่คลายเสียก่อน
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประมาณการตัวเลขความเสียหายล่าสุดจากอุทกภัยครั้งนี้ ว่า อาจเลวร้ายถึงขั้นฉุดรั้งอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีของไทย 1.7 เปอร์เซ็นต์ ในปีนี้ ขณะที่อุทกภัยยังคงส่งผลกระทบรุนแรงอย่างต่อเนื่องต่อระบบห่วงโซ่อุปทานทั้ง สินค้าเกษตรและอิเล็กทรอนิกส์ทั่วทั้งเอเชีย ตลอดจนภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก
นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า ในความเป็นจริงแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ กำลังประสบปัญหาหนักอึ้งในการควบคุมสถานการณ์เลวร้ายนี้ซึ่งถือเป็นบททดสอบ ใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่ที่เธอเข้ามาบริหารประเทศได้สองเดือน โดยพวกเขาบอกว่า เหตุผลส่วนใหญ่มาจากการรับรู้อันกว้างขวางว่า รัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์แท้จริงเป็นเพียงรัฐบาลหุ่นเชิดที่ถูกควบคุมโดยอดีต นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นพี่ชาย ซึ่งเวลานี้พำนักอยู่ในนครดูไบ หลังจากถูกทำรัฐประหารเมื่อ 5 ปีก่อน
“สำหรับน.ส. ยิ่งลักษณ์แล้ว ถือว่าเธอทำหน้าที่ได้ดีแล้ว โดยที่สามารถพบเห็นเธออยู่ทุกหนทุกแห่ง” นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิจัยแห่งสถาบันเอเชียอาคเนย์ศึกษาในสิงคโปร์ ให้สัมภาษณ์ “อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็ตระหนักดีเช่นกันเกี่ยวกับภัยน้ำท่วมตั้งแต่เมื่อ 2 เดือนก่อนแล้ว ทว่า พวกเขาก็ทำอะไรน้อยมากที่จะป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้น ซึ่งนี่ถือเป็นวิกฤตภาวะผู้นำ”
อีกกรณีที่บ่งชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องในภาวะผู้นำของรัฐบาลชุดนี้ก็คือ เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว นายปลอดประสพ รัฐมนตรีวิทยาศาสตร์ฯ ได้ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนซึ่งอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ รีบเก็บข้าวของขึ้นที่สูงและอพยพหนีน้ำทันที ทั้งๆ ที่ตามข้อเท็จจริงในเวลานั้นก็คือ แนวป้องกันรอบกรุงเทพฯ ยังคงต้านทานน้ำได้อยู่ ซึ่งต่อมานายปลอดประสพ ก็ได้ออกมากล่าวคำขอโทษต่อสาธารณชนกรณีที่ทำให้เกิดความสับสน ทว่านั่นก็สายเกินไปเสียแล้ว เมื่อประชาชนจำนวนมากได้ละทิ้งที่อยู่อาศัยหนีเอาตัวรอดจ้าละหวั่นกันกลาง ดึก และก่อให้เกิดความตื่นตระหนกไปทั่วเมือง
“ฉันเสียใจที่จะต้องบอกว่า พวกเราเสียความรู้สึก พวกเราอุ้มสุนัขและรีบหนีออกมาแล้ว” ชาวบ้านคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ลาดต่ำ ให้สัมภาษณ์โดยที่ขอไม่ให้เปิดเผยชื่อเนื่องจากเขินอาย
ไม่นานหลังจากนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ก็ออกมาบอกกับชาวกทม.ว่า ต่อจากนี้ไปให้รับฟังเขาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น
และนับตั้งแต่นั้นมา ข้อถกเถียงเกี่ยวกับแนวทางการรับมือวิกฤตอุทกภัยก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ประกาศภาวะฉุกเฉิน พร้อมกับเลื่อนการดำเนินนโยบายประชานิยมต่างๆ ซึ่งเป็นกุญแจหาเสียงสำคัญที่ช่วยให้พรรคเพื่อไทยของเธอชนะการเลือกตั้ง เมื่อกลางปี
ทั้งนี้ คำประกาศภาวะฉุกเฉินจะเพิ่มอำนาจแก่กองทัพไทยในการเข้ามาช่วยบรรเทาความ ทุกข์ยากจากอุทกภัย อีกทั้งยังเปิดทางให้ทหารสามารถเข้ามาแก้ไขเหตุความขัดแย้งระหว่างชาวบ้าน เกี่ยวกับพื้นที่ผันน้ำได้
แต่ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังคงยืนกรานปฏิเสธที่จะประกาศภาวะฉุกเฉิน โดยโต้แย้งว่าการทำอย่างนั้นอาจทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติตื่นตระหนกในช่วง ที่ไทยกำลังเตรียมเข้าสู่ช่วงพีกสุดของฤดูกาลท่องเที่ยว
นอกจากนี้ บรรดาผู้สังเกตการณ์รายอื่นๆ ก็ตั้งข้อสงสัยด้วยว่า เหตุใดเจ้าหน้าที่ชลประทานถึงไม่เริ่มระบายน้ำส่วนที่เกินอยู่ตามแหล่งกัก เก็บน้ำต่างๆ ของประเทศออกไปตั้งแต่เนิ่นๆ แต่กลับรอจนกระทั่งน้ำเพิ่มระดับสูงขึ้นหลังได้รับผลกระทบจากพายุฝนฟ้าคะนอง รุนแรงในปีนี้จึงค่อยปล่อยน้ำออกมา ทั้งที่หากเมื่อเป็นปีก่อนๆ ฝ่ายบริหารน้ำของประเทศได้เริ่มระบายน้ำออกจากเขื่อนหรือแหล่งกักเก็บต่างๆ ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมแล้ว
มิหนำซ้ำระหว่างที่วิกฤตดำเนินอยู่ รัฐบาลก็ยังไม่วายส่งสารมั่วๆ กลับไปกลับมา พร้อมกับที่กระแสน้ำทะลักท่วมเขตนิคมอุตสาหกรรมนวนครในจังหวัดปทุมธานี จนต้องปิดดำเนินการไปเป็นนิคมแห่งที่ 5 เมื่อวันจันทร์ (17) ทั้งที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลออกมารับประกันครั้งแล้วครั้งเล่าว่าเอาอยู่และจะ ไม่ท่วมอย่างแน่นอน สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้ก่อความฉงนแก่เหล่านักธุรกิจยิ่งขึ้นไปอีกว่า วิกฤตคราวนี้จะลุกลามไปในขอบเขตมากน้อยเพียงใด
โรงงานแห่งหนึ่งของฮอนด้าในไทยต้องจมอยู่ใต้บาดาล ส่วนโตโยต้าก็ระบุว่าจำเป็นต้องขยายเวลาระงับการผลิตไปจนถึงสุดสัปดาห์นี้ เป็นอย่างน้อย เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญก็ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
ขณะที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และฮาร์ดไดรฟ์รายใหญ่ของโลกในไทย ก็ได้รับผลกระทบรุนแรงด้วย โดยเหล่านักธุรกิจหลายคนต่างแสดงความเคลือบแคลงรัฐบาลไทยว่า เหตุใดจึงไม่พัฒนาแผนแก้ปัญหาระยะยาวเพื่อรับมือกับอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็น ระยะๆ อยู่แล้วในประเทศไทย
ด้านองค์กรการค้าญี่ปุ่นถึงกับบ่นว่า บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นหลายราย ซึ่งรวมกลุ่มนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในไทย ต่างรู้สึกผิดหวังกับแผนรับมืออุทกภัยของรัฐบาลไทยเป็นอย่างมาก โดยระบุว่า “พวกเขาไม่รู้เลยว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น และอะไรคือข้อมูลที่ถูกต้อง”
“พวกเขาได้รับคำเตือน ทว่า ข้อมูลนั้นไม่เพียงพอ ซ้ำร้ายยังไม่ให้เวลามากพอสำหรับตัดสินใจว่าขั้นตอนต่อไปควรจะทำอย่างไรดี” เซยะ สุเกกาวะ รองประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กล่าว
ที่มา 202.57.155.201








